ถ้าวันนี้ไม่มีเธอ....

posted on 04 Aug 2009 20:39 by pamering

ถ้าวันนี้ไม่มีเธอ : INFAMOUS

หากว่าย้อนเวลากลับไปช้าๆ
คงไม่คิดจะมารักเธอคนนี้
คนที่ทิ้งฉันไว้แค่เพียงลำพัง
ขังฉันไว้ให้ตายอย่างนี้
ช้ำใจทุกทีที่ต้องทนรักเธอ

แต่ทุกครั้งทำใจเกีลยดเธอไม่ลง
ยังอดทนเหมือนคนซื่อตรงอย่างนี้
ก็เพราะใจของฉันมีเธอคนเดียว
ชีวิตของฉันมีเธอคนเดียว
ยังรักเธอคนเดียวอย่างนี้

*ถ้าหากวันนี้นั้นไม่มีเธอ
ต้องตื่นมาเจอความเหงาเดียวดายทุกวัน
ต้องอยู่กับมันทุกวันอย่างนี้ก็คงไม่ไหว
ถ้าหากว่าฉันจะต้องช้ำใจ
ฉันจะต้องเจ็บแค่ไหนกว่ามันจะหาย
เมื่อไม่มีเธอ ต้องทำอย่างไร
ความรักและความเสียใจจะไปจากฉันสักที

บทสุดท้ายต้องยอมให้เธออีกครั้ง
เธอจะทำกับฉันช่างมันทนไหว
แต่สุดท้ายต้องทนยอมเธอคนเดียว
ดีกว่าฉันต้องเหลือแค่ตัวคนเดียว
ไม่มีเธออีกในชีวิต
(*)
(*)

ถ้ารัก คือ ความใส่ใจ

posted on 24 Jul 2009 20:04 by pamering

วันก่อนได้รับฟอเวอร์ดเมลฉบับหนึ่ง..เลยเอามาลงเล่นๆ

...ความรัก คือ อะไร??...

 
" ...เมื่อ รัก หมายถึง ...ห่วงใย... " 
เคยมีใครถามคุณไหม "ความรัก คืออะไร" 
วันนี้มีคำตอบในบางมุมให้คุณแล้ว 
คำที่ใช้แทนคำว่า"ความรัก" ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า "ใส่ใจ" 
หากคุณคิดที่จะบอกรักใครสักคน ลองถามตัวเองดูว่าคุณเคย 
..ใส่ใจ..เค้ามากน้อยแค่ไหน ? 
 
 
ความใส่ใจ ไม่ใช่... ความเอาใจ... 
หากคนรักของคุณจำขึ้นใจว่า 
คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร...อยากทานอะไร?? 
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นหรือพาคุณไปทานอาหารที่คุณอยากทาน 
โดยที่คุณไม่เคยเรียกร้อง... 
ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อ ซื้อ ซื้อ ของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ........ 
นั่นแหล่ะถึงเรียกว่า ความใส่ใจ 
 
 
ความใส่ใจไม่ใช่ ...ความหึงหวง... 
หากคนรักของคุณโทรหาทุกวันทุกคืน 
ถามว่ากลับถึงบ้านรึยัง?? 
เพียงเพราะเค้า...เป็นห่วง... 
ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก 
ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น 
นั่นแหล่ะเรียกว่า...ความใส่ใจ ... 
 
 
ความใส่ใจ ไม่ใช่...ความมีน้ำใจอย่างเดียว... 
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย 
หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่าง 
...ด้วยความตั้งใจ.... 
แต่คุณกลับไม่ชอบมัน 
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป 
ใส่ใจความรู้สึกของเค้าด้วย 
 
 
หากคุณทะเลาะกับคนรัก 
แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมา 
แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่าง ๆ เหมือนทุกๆ วัน 
ทั้งๆที่ยังไม่หายโกรธ 
นั่นแหล่ะเรียกว่า...ความใส่ใจ....  
หากคนรักของคุณสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง 
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ... 
นั่นแหล่ะเรียกว่า 
...ความใส่ใจ... 
 
 
หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีมากๆ 
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า 
"ถึงรึยัง?"... "ปลอดภัยดีมั้ย?"... "เหนื่อยมั้ย?"   
หากคุณต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญ 
ไม่ว่าเรื่องงานหรือ เรื่องเรียน 
มันจะรู้สึกดีมาก ๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ 
และโทรมาบอกว่า "โชคดีนะ" เป็นกำลังใจให้นะ  
หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีมาก ๆ 
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่าขับรถไหวไหม...ง่วงไหม 
แล้วบอกว่า "ขับรถดี ๆนะ"    
 
 
หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย 
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ 
ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้กินยา และพักผ่อนมาก ๆ 
ความใส่ใจ กับความเกรงใจคล้ายกัน ในหลายๆ ด้าน 
บางทีเราอาจคิดว่า..... 
ยิ่งคบยิ่งสนิทสนมกันมากเท่าไร 
ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกัน 
แท้จริงๆแล้ว ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ 
ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันละกัน 
 
 
สำหรับผู้ที่ได้รับความใส่ใจจากใครซักคนมา 
แต่กลับตีค่าความใส่ใจเป็นสิ่งอื่นๆ  
ที่เลวร้ายไปกว่านั้น นั่นอาจ หมายถึงคุณ 
ไม่เคยใส่ใจ เค้าเหมือนที่ เค้าใส่ใจคุณ  
คุณจึงไม่รู้จักความหมายที่แท้จริงของคำว่า.... 
ใส่ใจ
คุณกำลังทำร้ายผู้ให้อย่างที่สุด และจงรับรู้ไว้เถอะว่า 
คุณจึงไม่สมควรได้รับ ความใส่ใจจากเค้าอีกเลย.............. 
 
 
ความเกรงใจเป็นสิ่งดี 
และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน 
คุณเห็นไหมว่า??  
ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน 
เพียงแต่วันนี้ 
คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง ? 
อย่าบอกว่าไม่มีเวลา เพราะคนเรามีเวลาวันละ 24 ชม. เท่ากัน 
อย่าบอกว่าทำงานหนัก 
เพราะคนอื่นก็ทำงานหนักเหมือนกัน.. 
 
 
.......บางที การพยายามเรียกร้องให้ใครต่อใครมาสนใจ 
หรือมาเข้าใจเรา 
เราอาจจะลืมถามตัวเราเองไปว่า 
วันนี้...เราใส่ใจเค้ามากแล้วหรือยัง....... 
"อย่าทำความห่วงใยของใครบางคนหล่นหาย" 
วันนี้ไม่สายที่จะบอกคนรักคุณว่า 
 
ฉันจะใส่ใจเธอให้มากกว่าตอนนี้ 

 เขาว่ากันว่า..ผู้หญิง เข้าใจยาก  ปากไม่ตรงกับใจ...

ไปอ่านเจอบทความนึง ที่เขียนถึงคำ ที่ผู้หญิงชอบพูด...ว่าจริงๆเเล้วหมายถึงอะไร

ลองอ่านดู ฮาดี...

1.  ดี , โอเช

คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียงตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ

2.  ห้านาทีนะ

ถ้าผู้หญิงกำลังแต่งตัว นี้จะหมายถึงครึ่งชั่วโมง ถึง ชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาทีถ้าเธอเพิ่มยอมให้คุณดูบอลต่อไปอีกห้านาทีและค่อยไปช่วยเธอทำงานบ้าน

3.  ไม่มีไร

นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า "มีอะไร" แน่ๆๆขอให้เตรียมตัวได้เลย      การโต้เถียงที่เริ่มด้วย "ไม่มีไร" มักจะไปจบที่ "ดี ,  โอเค"

4.  ก็เอาดิ , เอาเลย

นี่เป็นคำท้า ไม่ใช้คำอนุญาติ อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด

5.  ทำเสียง ชิ, ฮึ, จี้ ฯลฯ ออกมาดังๆ

มันมีความหมายแน่นอน แต่อวจนภาษามักทำให้ผู้ชายเข้าใจผิด เสียงพวกนี้หมายความว่าเธอกำลังคิดว่าคุณเม่งซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่ามาเสียเวลายืนเถียงกับคุณเรื่อง "ไม่มีไร" แบบนี้ทำไม (กลับไปดู "ไม่มีไร" ที่ข้อ 3 )

6.  ไม่เป็นไร

นี้คือสถานะอันตรายสุดๆๆที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้ว "ไม่เป็นไร" แปลว่าเธอต้องคิดดูก่อนอย่างนานและอย่างหนักว่าคุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้

7.  ขอบคุณ

ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับเขาไปดีๆๆ แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่า "ขอบคุณมาก" อันนี้ประชด เต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย อย่าไปทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ "เออ เอาเหอะ"

8.  เออ เอาเหอะ

เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า "ไอ้เหี้ย!!!"

9.  อย่าห่วงเลย , อือ เข้าใจละ

อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่านี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า "เป็นไรอ่ะ" และคุณก็จะเจอกับข้อ 3

มันก็เหมือน...

posted on 11 Jul 2009 00:56 by pamering
ทุกครั้งที่พยายามจะลงน้ำ  หาดทรายจะยื่นยาว  ทะเลจะถอยห่าง              จุดหมายที่เธอไม่เคยไปถึง...     

something

posted on 24 Jun 2009 09:21 by pamering

If someone ask you that why we look strangely or ask about our luv.

I know you won't say that we like each other and we are keeping the good things.

Because we know from inside, it's too much for someone to listen.

 

Don't tell anyone how we feel about each other.

Don't let anyone see that I'm looking at you with my sweet

because I just want to keep it between two of us

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม

posted on 18 Jun 2009 12:15 by pamering

   วันนี้ไปดู the roommate มา...

ก็เลยเอาเพลง ประกอบหนังเรื่องนี้มาอัพซะเลย

เป็นเพลงที่ฟังกี่ ครั้งก็ยังดูอบอุ่นทุกครั้ง

แต่มีบางคนเคยกระซิบบอกมาว่า......

คนฟังหนะ อบอุ่น  แต่คนร้องหนะมันเศร้า

..............................

[เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม]
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ
และจะเป็นเช่นนั้น.. เสมอ..

ถนนสายนั้นที่ทอดยาว มีเรื่องราวของความเป็นจริง
มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง มีให้เธอเอาไว้ยามอ่อนล้า

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เห็นเงาของเมฆรึเปล่า
ทะเลสีครามที่ทอดยาว เห็นความรักฉันบ้างไหม
เห็นความรักฉันบ้างไหม

………………………..

วันที่ฉันป่วย

posted on 09 Jun 2009 00:03 by pamering

วันนี้มาอัพเดทกันด้วยมือซ้าย(ข้างเดียว)

 ไม่ใช่ไรหรอกตอนนี้มือขวาพิการ  โดนรถชนยังไม่หายดี

 คราวนี้รู้สึกรักชีวิตขึ้นมาเยอะเลยแหะ....

เพิ่งมารู้ว่า  ขาดแขน  ขาไปสักข้างมันลำบากแค่ไหน

หายซ่า  ก็งานนี้......

ว้นนี้พอแค่นี้ละกาน  พิมลำบาก อิอิ

หายเมื่อไหร่จะมาอัพใหม่นะจ๊ะ

Ps......  it should be good if u r here.  ., miz u

FeelinG

posted on 27 May 2009 11:12 by pamering

" เจ็บปวดรู้ไหมที่ได้รู้ความเป็นจริง

ว่าเธอนั้นไม่เคยจะลืม และยังรักเขามากมาย

เจ็บปวดทุกครั้งแต่ต้องทนดูเรื่อยไป

จะห้ามได้อย่างไรกับเขาคนที่เธอ ...... ไม่ลืม "

 

ฟังเพลงนี้ทีไร..

ทำให้นึกถึงภาพคนคอตก..น่าสงสารจริงๆ

..ให้ เธอ 100 ได้ มา 50 ก็สุขเเล้ว

อีก 50 ฉันรอได้...เผื่อมันจะมากขึ้นในอนาคต...

 

 

อ่านเจ้าชายน้อย (อีกเเระ..ดูจะชอบเรื่องนี้เหลือเกิน) มีตอนนึงบอกไว้ว่า

คนเราชอบอยู่กับตัวเลข

จะรู้จักใครสักคนต้องรู้จักผ่านตัวเลข..

อายุประมาณเท่าไหร่..สูงประมาณไหน....รวยหรือเปล่า....(เข้าใจคิดดีแหะ)

 

และอีกสิ่งที่หรือไม่พ้น คือ เรื่องเปรียบเทียบ

ไม่ชอบถูกเปรียบเทีย.....เพราะไม่รู้ว่าเราจะดีกว่าไหม?

ชอบคิดเปรียบเทียบ....ว่าเราชอบอย่างไหนมากกว่ากัน

และที่สุด... การเปรียบเทียบก็คือสิ่งที่ืำทำให้เรา

มีความสุขน้อยลง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่อง ความรัก

เพราะเป็นเรื่องที่ ใช้เหตุผลน้อยกว่าอารมณ์ในการตัดสิน....

   

            คนที่ดูและเอาใจใส่เราเหลือเกิน กลับได้ใจเราไปน้อยกว่าอีกคน

ที่เรารักไปเหนื่อยใจไป....

           คนที่อยู่ข้างๆเราตอนนี้ เห็นเเล้วอุ่นใจ  แต่ไม่อิ่มใจเท่าอีกคน..

           แล้วนึกว่า   คนข้างตัวเราจะไม่รู้เชียวหรือ....

 

memo

posted on 09 May 2009 08:29 by pamering

        

 

 

 ฉันเพิ่งมาค้นพบว่า ในบ้านตัวเองตอนนี้ ของสะสมส่วนใหญ่หรือ แทบจะทั้งหมด

กลายเป็น..  หนัง    กับ   หนังสือ  (ที่ตอนนี้มีอยู่เต็มบ้าน..โดยไม่ทันรู้ตัว)

ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกว่า หนัง กับ หนังสือ  เป็นสิ่งดีๆในชีวิตของฉันเลยเเหละ

ฉันมีหนังดีๆ หลายเรื่อง

มีหนังสือที่.....โดนใจหลายเล่ม

มีทั้งคนซื้อให้บ้าง....ซื้อเองบาง

บางเล่มยังอ่านไม่จบเลย หนังบางเรื่องก็ยังไม่ได้ดู

แต่ทำไงได้ละ ของพวกนี้เป็นความสุขทางใจที่ขาดไม่ได้จริงๆ

เคยไหม? ที่หยิบหนังสักเรื่องมาดู....แล้วจะนึกถึงตอนช่วงเวลาในอดีต

ว่าหนังเรื่องนี้นะ...ฉายตอนเรามอ 3 ดังมากเลย

เรื่องนี้นะ.....ตอนอยู่ ม.6 เพราะเอกหล่อมาก

ฮืมม์....จะบอกว่าไงดี คือ

เราสามารถเก็บหลักฐานทางความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

เพื่อยืนยันถึงเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นกับเราได้

แต่เราต้องรู้จักที่จะ เก็บ .....ต้องระมัดระวังอย่าให้กระทบกระเทือนปัจจุบันของเรา

( หนังสือบางเล่มเค้าห้ามขายไปเเล้ว.....แต่ก็ยังไม่หามาอ่านเอง

เฮอ...ช่วยไม่ได้นิ....เค้าก็ เตือน เเล้วว่าห้ามขาย แต่ ความอยากรู้มันมีมากกว่า

แล้วเป็นไงละ.....สุดท้ายก็ไม่สนุกอย่างที่คิดไว้ )

...............

( แถมอีกหน่อย )

เมื่อวานอ่านเจ้าชายน้อย เจอประโยคนึงบอกว่า

"เราต้องเสียงกับการหลั่งน้ำตาบ้าง...ถ้าปล่อยให้ความผูกพันธ์ก่อตัวขึ้น"

นั่นสินะ....

ฉันก็ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงมาหลายครั้ง...แต่ไม่เคยเข็ดสักที

แต่เอาเถอะ....ยอมเสียน้ำตาให้ความผูกพันธ์มันดีกว่า

การไม่เคยเสียน้ำตาสักหยดเพื่อใคร....

แบบนั้นมัน.....โดดเดี่ยวเกินไป

 

 

edit @ 9 May 2009 09:33:17 by itchy

               

           เข้าสู่เดือนพฤษภาอีกแล้วสิ  เข้าเดือนนี้ทีไร หดหู่ใจเป็นพิเศษ

ทำไมหนะเหรอก็จะแก่ขึ้นอีกปีแล้วจะว่าไป

เผลอแปปเดียว ฉันก็เดินเล่นบนโลกใบนี้มาจะ 21 ปีแล้วเหรอเนี่ย?แก่ว่ะ!!!

พอพูด ถึงเรื่องแก่ทีไร ฉันละกลั๊ว กลัว

กลัวความเป็นเด็กของฉันมันจะค่อยๆจางหายไปหนะสิ

พูดถึงเรื่องเด็กจะว่าไปแล้วตอนฉันยังเป็นเด็ก

(เล็กๆตอนนี้ก็เด็ก แค่เปลี่ยนจาก ด.ญ.เป็น น.ส.เท่านั้นเอง)

ก็สร้างวีรกรรมไว้มากมายพอให้ชีวิตมีสีสันอยู่มากโขเหมือนกัน

หลายครั้งที่ฉันเป็นเด็กไม่ดี มีภาพพจน์อันตรายในสายตาผู้ใหญ่

กิริยามารยาทปราศจากความเรียบร้อย ……..

กระโดกกระเดก แต่งตัวทุเรศ พูดจาไม่ไพเราะ  ผมไม่ยาวสลวย ….บลา บลา บลา

ตอนนั้น (รวมถึงตอนนี้) ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่า....

การเป็น เด็กไม่ดี นั้นหมายถึงยังไงบ้าง

 

             ลักเงิน ขโมยของ ติดยา บ้าผู้ชาย ฆ่าคนตาย  รึป่าว?

 

 

แต่ฉันไม่ได้เป็น แต่ก็ไม่ได้เป็นเด็กดีซะทีเดียวเพราะทำหน้าที่ 10 อย่างไม่ครบ           

           เคยเกเรบ้าง แต่ดูและการเรียนของตัวเองได้

ให้อยู่ในระดับที่ตัวกุเองพอใจ โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร             

           เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ไม่ทั้งหมด              

          อยู่ในโอวาทของครูบาอาจารย์บางคนเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคน!!!

 

 อ่อยังมีวีรกรรมอีกเรื่องสมัยยังเป็นเด็ก (อนุบาล)                                

                    

ตอนอนุบาลสอง จำได้ว่าตอนนั้น เก๋ามากในโรงเรียน

ไม่ใช่หรอก ก็แม่เป็นครูสอนอนุบาลนี่หว่า….

เลยได้สร้างอาณาจักรในฐานะลูกครูฮาๆ

 สังเกตเพื่อนๆ รอบข้างดูดิ อีพวกลูกครูเนี่ยแหละ ตัวก่อเรื่องเลย     

  มีอยู่วันหนึ่งมีเด็กอนุบาลหนึ่ง หน้าตายวนเท้าคนหนึ่ง

มาแย่งชิงไรสักอย่างตอนแปรงฟัน..

จำไม่ค่อยได้แระ แต่ที่แน่คือกุไม่ได้ผิดแน่นอน

(เป็นเด็กดีมีคุณธรรมโว้ยไม่เคยทำร้ายใครก่อน)

จำได้ว่าตอนนั้น ปี๊ดแตกมาก จัดการเอาแปรงสีฟันในมือ ทิ่มตามันเลย

เด็กเวรนั้นตาไม่เป็นไรแต่ร้องไห้หูแทบแตก

 ส่วนกุ ได้แผลกลับมาทั้งตัวไม่ใช่เด็กเวรนั้นทำหรอก....โดนแม่ตีเกือบตาย 

ตีเสร็จแม่ก็ถามว่าไปทำน้องทำไม??    พออธิบายเหตุผลให้แม่ฟัง..

แม่ก็บอกน้องมันยังเด็ก มันไม่รู้เรื่อง

อ้าวแม่  ทีแม่ตีละ หนูก็ยังเดกนะที่หนูทิ่มตามันไปไม่ก็รู้เรื่องเหมือนกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า….        

                                            การเป็นเปรตง่ายนิดเดียว ฮาๆ 

 

แถมอีกนิส......  ถ้าเด็กคืออนาคตของชาติ

แล้วผู้ใหญ่ละ ..เป็นอนาคตของอะไร

ถ้าเด็กฉลาดแล้วชาติมีผู้ใหญ่โง่ๆเต็มไปหมด แล้วชาติจะเจริญไหวไหม???

 

 

                           แต่โลกของเด็กเนี่ยแหละ น่าอยู่สุดแหละ

                                 ใบมันเล็กกำลังดี ^^ 

 

 

edit @ 3 May 2009 18:37:11 by itchy